Thailand Coffee Market ในทรรศนะของข้าพเจ้า#1
จากที่ได้ถกเรื่องกาแฟในBlogเจ้าBook เลยลามปามมาสู่การวิเคราะห์ตามแนวคิดแบบของข้าพเจ้า
ตลาดกาแฟบ้านเรา แบ่ง ตามความคิดข้าพเจ้าได้3Level
Levelแรก คือตลาดดั้งเดิม พวก โกปี๊ หรือพวก เนสกาแฟ อ่ะ ถือเป็น แบบแรกด้วย คือ กาแฟสำเร็จรูปชงๆ
Levelสอง คือตลาดใหม่ พวก กาแฟสด ตามเค้าเตอร์ ที่เกิดตามตึกแถวออฟฟิส ที่เกิดจากการพัฒนา ของร้าน เข็นๆขายหรือ ร้าน แบบ"ชงถุงเท้า"
Levelสาม คือตลาดพัฒนา ร้านค้า ที่เปิดร้านเก๋ๆๆสวยๆ เน้นบรรยากาศด้วย พวกนี้ก็ถือเป็นการพัฒนา Business model ใหม่ บางแห่งRevenue model มาจาก คนนั่งอ่านหนังสือ เล่นเนท ขายโน้นนี่มากกว่าเน้นไปที่กาแฟด้วยซ้ำ
กลับมาขยายความสักเล็กน้อยว่า
ตลาดดั้งเดิมเนี่ย ให้นึกว่ายุคสมัยก่อน วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามาในประเทศเรา การดื่มกาแฟ ชา ก็ตามมาด้วย อีกทั้งการ ดื่มกาแฟ ทำให้ ตื่น ไม่หลับ ไม่ง่วง ทำงานได้งาน ก็ เลยกลายเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายในหมู่ พนักงานออฟฟิส แต่ เนื่องจาก รสชาติ ไม่ได้เป็นที่ สนใจนัก ก็ จะ เน้นไปที่ ชงง่าย ชงเร็ว แล้วก็ ราคา ดังนั้น ยุคนี้ "เนสกาแฟ" เลยเป็นเจ้าตลาด โดยมี "คอฟฟี่เมต" ตามมาเป็นคู่กัน
แต่ก็ เท่าที่จำความได้ สมัยก่อน คุณพ่อ ก็จะไม่ดื่ม เนสกาแฟ ของไทย ท่านบอกว่า มันเปรี้ยว เหมือนเอา เม็ดมะขาม มาบดผสม (อิอิ ผิดถูกไม่รู้) ท่านจะฝากคนซื้่อ เนสกาแฟ จาก มาเลเซียหรือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาดื่ม
ตลาดใหม่ เนี่ย เกิด ขึ้น สัก 7ปีที่แล้วได้ เริ่มมีการแพร่หลายของการดื่มกาแฟ ใน Generation X ที่เริ่มทำงาน ก็ มีการดื่ม แต่ด้วย กาแฟ ชง ถุงๆๆ หรือ ชง เนสกาแฟใน Office มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะOut สำหรับ Gen X ทำให้ พวก "กาแฟสด" ได้ถูก ชูขึ้นเป็นจุดขาย ถ้าเทียบราคาในยุคนั้นก็ น่าจะเทียบได้ที่ว่า ตลาดเก่า ชงๆๆ แก้วหรือ ถุงล่ะ 10บาทก็แพงแล้ว แต่ เจ้า ตลาดใหม่ "กาแฟสด" เนี่ย ราคาเขยิบไปได้ถึงแก้วล่ะ 25-30 บาท เลย ทีเดียว สารพัดสารพัน ชนิดกาแฟ อย่าง "ลาเต้","คัปปูชิโน่",และหรือ "เอสเปรสโซ่" เริ่ม มีบทบาท ช่วงเวลานี้เอง ที่ Starbucks เริ่ม ก้าวเข้ามามีบทบาทในตลาดไทย เพราะอะไร?
ในมุมมองของผม ผมว่า เนื่องจาก"ค่าเงิน" ของไทย เนี่ย อ่อนกว่า ต่างชาติ เจ้า Starbucks เนี่ย สังเกตุดีๆจะเ็ห็นว่าไม่ว่าจะประเทศไหน พอ Convert เงินมาราคาจะพอๆๆกัน ถ้า เมืองไทย วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ยังเป็นแค่ ตลาดเก่า คงไม่มีพื้นที่ว่างให้ Starbucks เข้ามาแทรกได้ นอกจากนี้ยังได้ยินมาว่า ตอนที่ Starbucks เริ่มจะเข้ามา เนี่ย ทางโน้นจะมีกฎเลย ว่าพื้นที่ที่จะเปิดร้าน Starbucks ได้ จะต้องมีปริมาณ ฐานลูกค้าที่มากพอที่จะตอบ Business model หรือรายได้ของทาง "Starbucks ซึ่งเน้นการเปิดร้านใหญ่ๆ"ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น Starbucks คงเปิดได้แค่ไม่กี่ตึกในประเทศไทย แต่เนื่องจากแนวโน้มตลาดใหม่ เกิดขึ้น อีกทั้ง ด้วยความเฉลียวฉลาดของ ผู้บริหารชาวไทยท่านหนึ่ง (เคยคุยเป็นการส่วนตัวนิดหน่อย) ที่ได้ทำการเสนอModel ใหม่ ว่า ให้มองที่ปริมาณ คนที่มีกำลังซื้อที่น้อยลง แล้ว คำนวณจำนวนแก้วที่น้อยลง จากนั้น เปิด Kiosk ให้ตามปริมาณ กำลังซื้อแล้ว จำนวนแก้ว ที่พึงมี แล้วค่อยๆขยาย หรือ ปรับตัว ต่อจำนวน กำลังซื้อในแ่ต่ล่ะที่่
ด้วย Model ข้างต้น รวมถึง Market blooming ก็อาจจะกล่าวได้ว่า Starbucks ในไทย นั้น Ride the wave พอดี
ตลาดพัฒนา ก็ คงเรียกได้ว่าเป็นผลสืบเนื่องจาก การ เกิดของ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟสด ที่เน้น ทั้ง ผลของการดื่ม คือ การตื่นตัวในการทำงาน และ รสชาติ ของกาแฟสด ดังนั้นเมื่อ จำนวน คนดื่มเพิ่ม ฐานลูกค้ามาก ร้าน แต่งสวยๆ เก๋๊ๆให้่นั่งชิวๆ อันเป็นModel ตั้งต้น ของStarbucks ก็ได้ทำการเปิดตัวขึ้นมากมาย ทั้งจาก บริษัทเอง อย่าง "94 Coffee", "The oreo" หรือ แม้แต่แตกLineมาขาย กาแฟของร้านอาหารอย่าง "Black Canyon","S&P" หรือจะเป็น การเปิดธุรกิจเองของรายย่อยที่ไม่ได้แตกจำนวนสาขามากนัก อย่าง "Soventeที่ ทองหล่อ' หรือร้านต่างๆอีกมากที่เปิดแบบไม่ได้ขยาย ได้กำเหนิดมา ในยุค Coffee Blooming
จะเห็นว่า ปัจจุบัน ตลาดกาแฟ ในไทยที่ พอจะอยู่ได้ จึงเป็นพวกที่ สายป่านยาว เปิดร้าน ได้มากสาขา เช่น "Starbucks", "Coffe World", "94Coffee", "BlackCanyon" และแน่นอน "TrueCoffe"
และพวก ร้าน Kiosk ตามซอกตึกของOffice
ร่ายมาซะยาว จะเฉลยให้พี่Bookie ล่ะ ว่า Brand ที่นักวิเคราะห์ต่างมองว่า จะมีโอกาสชนะ "Starbucks" ในไทยได้ก็คือ "True Coffee" ของคุณประำพนธ์ ในเครือ ทรู หรือ CP นี่เอง คราวหน้าจะมาว่ากันว่าทำไม ถึงต้องเป็น True Coffee ใบ้ให้นิด ก็ ตรงที่ "Coffee Market Evolve" (อีกแล้ว) กับ "Convergence" นี่ล่ะ :) คราวหน้าจะมาเจาะลึกนิดๆว่า True Coffee มี Strategies อะไร บ้าง
ตลาดกาแฟบ้านเรา แบ่ง ตามความคิดข้าพเจ้าได้3Level
Levelแรก คือตลาดดั้งเดิม พวก โกปี๊ หรือพวก เนสกาแฟ อ่ะ ถือเป็น แบบแรกด้วย คือ กาแฟสำเร็จรูปชงๆ
Levelสอง คือตลาดใหม่ พวก กาแฟสด ตามเค้าเตอร์ ที่เกิดตามตึกแถวออฟฟิส ที่เกิดจากการพัฒนา ของร้าน เข็นๆขายหรือ ร้าน แบบ"ชงถุงเท้า"
Levelสาม คือตลาดพัฒนา ร้านค้า ที่เปิดร้านเก๋ๆๆสวยๆ เน้นบรรยากาศด้วย พวกนี้ก็ถือเป็นการพัฒนา Business model ใหม่ บางแห่งRevenue model มาจาก คนนั่งอ่านหนังสือ เล่นเนท ขายโน้นนี่มากกว่าเน้นไปที่กาแฟด้วยซ้ำ
กลับมาขยายความสักเล็กน้อยว่า
ตลาดดั้งเดิมเนี่ย ให้นึกว่ายุคสมัยก่อน วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามาในประเทศเรา การดื่มกาแฟ ชา ก็ตามมาด้วย อีกทั้งการ ดื่มกาแฟ ทำให้ ตื่น ไม่หลับ ไม่ง่วง ทำงานได้งาน ก็ เลยกลายเป็นเครื่องดื่มที่แพร่หลายในหมู่ พนักงานออฟฟิส แต่ เนื่องจาก รสชาติ ไม่ได้เป็นที่ สนใจนัก ก็ จะ เน้นไปที่ ชงง่าย ชงเร็ว แล้วก็ ราคา ดังนั้น ยุคนี้ "เนสกาแฟ" เลยเป็นเจ้าตลาด โดยมี "คอฟฟี่เมต" ตามมาเป็นคู่กัน
แต่ก็ เท่าที่จำความได้ สมัยก่อน คุณพ่อ ก็จะไม่ดื่ม เนสกาแฟ ของไทย ท่านบอกว่า มันเปรี้ยว เหมือนเอา เม็ดมะขาม มาบดผสม (อิอิ ผิดถูกไม่รู้) ท่านจะฝากคนซื้่อ เนสกาแฟ จาก มาเลเซียหรือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง มาดื่ม
ตลาดใหม่ เนี่ย เกิด ขึ้น สัก 7ปีที่แล้วได้ เริ่มมีการแพร่หลายของการดื่มกาแฟ ใน Generation X ที่เริ่มทำงาน ก็ มีการดื่ม แต่ด้วย กาแฟ ชง ถุงๆๆ หรือ ชง เนสกาแฟใน Office มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะOut สำหรับ Gen X ทำให้ พวก "กาแฟสด" ได้ถูก ชูขึ้นเป็นจุดขาย ถ้าเทียบราคาในยุคนั้นก็ น่าจะเทียบได้ที่ว่า ตลาดเก่า ชงๆๆ แก้วหรือ ถุงล่ะ 10บาทก็แพงแล้ว แต่ เจ้า ตลาดใหม่ "กาแฟสด" เนี่ย ราคาเขยิบไปได้ถึงแก้วล่ะ 25-30 บาท เลย ทีเดียว สารพัดสารพัน ชนิดกาแฟ อย่าง "ลาเต้","คัปปูชิโน่",และหรือ "เอสเปรสโซ่" เริ่ม มีบทบาท ช่วงเวลานี้เอง ที่ Starbucks เริ่ม ก้าวเข้ามามีบทบาทในตลาดไทย เพราะอะไร?
ในมุมมองของผม ผมว่า เนื่องจาก"ค่าเงิน" ของไทย เนี่ย อ่อนกว่า ต่างชาติ เจ้า Starbucks เนี่ย สังเกตุดีๆจะเ็ห็นว่าไม่ว่าจะประเทศไหน พอ Convert เงินมาราคาจะพอๆๆกัน ถ้า เมืองไทย วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ ยังเป็นแค่ ตลาดเก่า คงไม่มีพื้นที่ว่างให้ Starbucks เข้ามาแทรกได้ นอกจากนี้ยังได้ยินมาว่า ตอนที่ Starbucks เริ่มจะเข้ามา เนี่ย ทางโน้นจะมีกฎเลย ว่าพื้นที่ที่จะเปิดร้าน Starbucks ได้ จะต้องมีปริมาณ ฐานลูกค้าที่มากพอที่จะตอบ Business model หรือรายได้ของทาง "Starbucks ซึ่งเน้นการเปิดร้านใหญ่ๆ"ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น Starbucks คงเปิดได้แค่ไม่กี่ตึกในประเทศไทย แต่เนื่องจากแนวโน้มตลาดใหม่ เกิดขึ้น อีกทั้ง ด้วยความเฉลียวฉลาดของ ผู้บริหารชาวไทยท่านหนึ่ง (เคยคุยเป็นการส่วนตัวนิดหน่อย) ที่ได้ทำการเสนอModel ใหม่ ว่า ให้มองที่ปริมาณ คนที่มีกำลังซื้อที่น้อยลง แล้ว คำนวณจำนวนแก้วที่น้อยลง จากนั้น เปิด Kiosk ให้ตามปริมาณ กำลังซื้อแล้ว จำนวนแก้ว ที่พึงมี แล้วค่อยๆขยาย หรือ ปรับตัว ต่อจำนวน กำลังซื้อในแ่ต่ล่ะที่่
ด้วย Model ข้างต้น รวมถึง Market blooming ก็อาจจะกล่าวได้ว่า Starbucks ในไทย นั้น Ride the wave พอดี
ตลาดพัฒนา ก็ คงเรียกได้ว่าเป็นผลสืบเนื่องจาก การ เกิดของ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟสด ที่เน้น ทั้ง ผลของการดื่ม คือ การตื่นตัวในการทำงาน และ รสชาติ ของกาแฟสด ดังนั้นเมื่อ จำนวน คนดื่มเพิ่ม ฐานลูกค้ามาก ร้าน แต่งสวยๆ เก๋๊ๆให้่นั่งชิวๆ อันเป็นModel ตั้งต้น ของStarbucks ก็ได้ทำการเปิดตัวขึ้นมากมาย ทั้งจาก บริษัทเอง อย่าง "94 Coffee", "The oreo" หรือ แม้แต่แตกLineมาขาย กาแฟของร้านอาหารอย่าง "Black Canyon","S&P" หรือจะเป็น การเปิดธุรกิจเองของรายย่อยที่ไม่ได้แตกจำนวนสาขามากนัก อย่าง "Soventeที่ ทองหล่อ' หรือร้านต่างๆอีกมากที่เปิดแบบไม่ได้ขยาย ได้กำเหนิดมา ในยุค Coffee Blooming
จะเห็นว่า ปัจจุบัน ตลาดกาแฟ ในไทยที่ พอจะอยู่ได้ จึงเป็นพวกที่ สายป่านยาว เปิดร้าน ได้มากสาขา เช่น "Starbucks", "Coffe World", "94Coffee", "BlackCanyon" และแน่นอน "TrueCoffe"
และพวก ร้าน Kiosk ตามซอกตึกของOffice
ร่ายมาซะยาว จะเฉลยให้พี่Bookie ล่ะ ว่า Brand ที่นักวิเคราะห์ต่างมองว่า จะมีโอกาสชนะ "Starbucks" ในไทยได้ก็คือ "True Coffee" ของคุณประำพนธ์ ในเครือ ทรู หรือ CP นี่เอง คราวหน้าจะมาว่ากันว่าทำไม ถึงต้องเป็น True Coffee ใบ้ให้นิด ก็ ตรงที่ "Coffee Market Evolve" (อีกแล้ว) กับ "Convergence" นี่ล่ะ :) คราวหน้าจะมาเจาะลึกนิดๆว่า True Coffee มี Strategies อะไร บ้าง
Comments