Posts

Showing posts from January, 2007

Competitive Strategy #2

Image
วันนี้ขอว่าต่อด้วยเรื่องของ "Position Base Strategy" แล้วก็ เกริ่น "Resource Base Strategy" สรุปจากคราวก่อนดังนี้ "Position Base Strategy" เราควร จะมอง หา "จุดแข็ง" ของเรา สิ่งจะทราบได้ไงว่าเป็น ก็ ต้องดู "Game" ที่เราจะเล่น ที่นี้ เกมส์ นั้น เราต้อง รู้ "กฎของเกมส์" จากนั่นเราก็จะไปอยู่ในจุด ที่ดี หรือ "Competitive Advantage" เพราะฉนั้นการที่เราจะประสบความสำเร็จใน "Position Base Strategy" นั้น ต้องมี "โชค" + "ความได้เปรียบอันเนื่องมาจากจุดแข็ง" ดังนั้น สรุปได้ว่า เรามี "โชค" ที่ไปอยู่จุดนั้น อันดูได้จาก "5 Forces Analysis" + "ความได้เปรียบอันเนื่องมาจากจุดแข็ง"ซึ่งก็คือ "Strength" ที่ รู้ได้จาก "The Game" และ "Value added" ให้กับ "Customer" และ " Supplier". Micheal E. Potter ตอนแรกเสนอ Model "Valued Chain" เพิ่อใช้ในการมองให้เห็นว่า "Activities" ไหนของ Businessเราเป็น สิ่งสำคั...

Chinese Leadership #1

เมื่อวานได้ไปห้องสมุดยืมหนังสือมาสองเล่ม เล่มแรก หนังสือของ Kotter เรื่อง Manage Change the Field guide อีกเล่ม เห็นแล้วน่าอ่านดีชื่อ "Chinese Leadership" ลองเปิดเข้าไปอ่านก็เห็นว่าน่าสนใจเลยยืมมาอ่าน ก็ เข้าเรื่องกันเลยล่ะกัน สำหรับบทแรก เป็นเรื่องของ "ประวัติศาสตร์จีน กับ วัฒนธรรม และ แวลู(Value)" ประวัติศาสตร์ จีน นั้น เป็น ประเทศที่มี ประวัติยาวนานที่สุดบนโลกใบนี้ซึ่งมีอายุมากว่า 4,000 ปี แต่เริ่มมีประวัติของราชวงศ์ในการปกครองสักประมาณ 2,000 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจาก ยุคต่างๆ ดังนี้ * Qin = เป็น จักรพรรดิ์องค์แรกของจีน ก็ จิ๋นซีที่เรารู้จักนั่นเอง * Han = ยุครุ่งเรืองสุดยอดของจีน ทั้งทางวิทยาการและการปกครอง อีกทั้งศิลปะ * Three Kindom = ยุคสามกํก นั่นเอง * Sui = ราชวงศ์สุย ใครเคยอ่าน มังกรคู่คงเห็นภาพ สุยหยางตี้ โดนล้มแล้วก็เป็น.. * Tang = ราชวงศ์ถัง หลี่ซื่อหมิ่น หรือถังไถ่จง * Yuan = เป็นการโดนยึดครั้งแรกของชาวจีน โดนชาว Mongolian ฝีมือกุบไลข่านหลานของ เจงกีสข่าน * Ming = ยุคนี้ศิลปะเฟื่องฟู * Qing = โดนยึดครั้งที่สองจากชาว แมนจู ทั้งๆที่ Ming เชิญ ชาวแมนจูมาช่...

Competitive Strategy#1

Image
ช่วงนี้เปิดเทอมได้สองอาทิตย์ เริ่มเรียนดุ เทอมนี้เรียน เสาร์ บ่าย อาทิตย์ทั้งวัน แล้วก็ จันทร์ ดึกๆ เหนื่อยดี อังคารนัดทำรายงานต่ออีก หมดเทอมนี้ก็จบแล้วสินะ 2ปีที่ อดทนเหนื่อยมา วันก่อนเรียน Competitive Strategy อาจาร์ย สอนถึงว่า กฎของ Competitive Strategy มี สามข้อ 1. Copy has it own beautiful ( sometime We can copy them ,and they can copy us) 2. Alway Compete with Strength. 3. You can not make all people do all the thing. ก็กลับมาเทียบกับตัวเอง คือ ปกติมนุษ์ย เวลาทำอะไร ไม่ว่าจะจีบสาวหรือสัมภาษณ์งาน มักจะเลือก กลยุทธ การ ปิดจุดอ่อน (Hide weakeness) ซึ่งก็ไม่ผิดแต่สู้ การแสดงจุดแข็งให้เหนือ กว่าคนอื่น(Shapen the Strength) ถึงจะเป็นกลยุทธที่ดีกว่า ซึ่งตรงกับกฎข้อที่ 1 ให้สู้ด้วย "จุดแข็ง" ของคุณ ต่อมา เราจะรู้ได้ไงว่าจุดแข็งของเราคืออะไร ก็ ต้องดูว่าเราจะ สู้ใน สังเวียนไหน( The game) เช่น ถ้าเราน้ำหนัก 120 กิโลกรัม ถือเป็น"จุดแข็ง" หรือ "จุดอ่อน" อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ สังเวียน (The game) ถ้าสังเวียนซูโม่ ก็เป็นจุดแข็ง ถ้าวิ่ง 100 เมตรก็คงเป็นจุดอ่อน ดังนั้น ...

เศรษฐกิจพอเพียง กับพระปรีชาของในหลวงของชนชาวไทย

เป็นเรื่องบังเอิญมากที่เมื่อวันศุกร์ไปศูนย์หนังสือจุฬา ยืนอ่านหนังสือไปหลายเล่ม แต่สะดุดใจมากสุดกับหนังสือ "จุดเปลี่ยนประเทศไทย เศรษฐกิจพอเพียงในกระแสโลกาภิวัตน์" แล้วก็ซื้อมา ผู้เขียนคือ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ (อ่าน Review ได้ที่ ) ชอบมากเหมือนได้อ่านความเป็นไปของโลกและจุดที่ไทยควรจะเป็นภายใต้กรอบเศรษฐกิจพอเพียงของ ในหลวงของเรา ในความเห็นของผม ถ้าไทยสามารถเป็นมหาอำนาจของโลกได้ ในหลวงของเราควรได้รับรางวัลโนเบล ตกมืดวันนี้วันอาทิตย์ได้มานั่งฟัง ดร.สุเมษ ที่ช่อง11พูดเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" ของในหลวง ซึ่งประกอบไปด้วย 3ห่วง 2เงื่อนไข ห่วงแรก การพอประมาณ ห่วงที่สอง การมีเหตุมีผล ห่วงที่สาม การมีภูมิคุ้มกัน กับอีก2เงื่อนไข เงื่อนไขแรก การมีคุณธรรม เงื่อนไขที่สอง การมีความรู้ ส่วนเนื้อหาเพิ่มเติมสามารถ อ่านได้จาก และ E-bookมากมายจาก อาจาร์ย ดร.สุขสันต์ :)