Competitive Strategy #2
วันนี้ขอว่าต่อด้วยเรื่องของ "Position Base Strategy" แล้วก็ เกริ่น "Resource Base Strategy" สรุปจากคราวก่อนดังนี้
"Position Base Strategy" เราควร จะมอง หา "จุดแข็ง" ของเรา สิ่งจะทราบได้ไงว่าเป็น ก็ ต้องดู "Game" ที่เราจะเล่น ที่นี้ เกมส์ นั้น เราต้อง รู้ "กฎของเกมส์" จากนั่นเราก็จะไปอยู่ในจุด ที่ดี หรือ "Competitive Advantage" เพราะฉนั้นการที่เราจะประสบความสำเร็จใน "Position Base Strategy" นั้น ต้องมี "โชค" + "ความได้เปรียบอันเนื่องมาจากจุดแข็ง"
ดังนั้น สรุปได้ว่า เรามี "โชค" ที่ไปอยู่จุดนั้น อันดูได้จาก "5 Forces Analysis" + "ความได้เปรียบอันเนื่องมาจากจุดแข็ง"ซึ่งก็คือ "Strength" ที่ รู้ได้จาก "The Game" และ "Value added" ให้กับ "Customer" และ " Supplier".
Micheal E. Potter ตอนแรกเสนอ Model "Valued Chain" เพิ่อใช้ในการมองให้เห็นว่า "Activities" ไหนของ Businessเราเป็น สิ่งสำคัญ อันได้แก่ Primary Activities -> "Income", "Process", "Outcome", "Finance", "Marketing&Services". หลังจากเสนอ "Vauled Chain" ได้เกือบ20ปีหรือไงเนี่ย Potter กลับมาเสนอModelใหม่ "Activities System" ใช้อธิบาย "Core Function" และ "Non-Core Function" ทำให้เกิดเทรนด์ของการ "Out-Sourcing" หุหุว่าได้อีกนานกลับเข้าเรื่อง Strategyก่อน
กลับมาต่อกันที่ "Resource Base Strategy" นั้นเกิดมาจาก การที่ "Position Base" บอกว่า หา"จุดได้เปรียบ" + "โชค"(Attractiveness of industry) มีช่องโหล่ ว่า ถ้าเราอยากเก่ง อยาก "Tiger Woods" เราก็ ไปซื้อ Video ของTiger wood แล้วก็ หัด สวิงให้เหมือน แต่งตัวให้เหมือน (มีโชคเหมือนกันเพราะ Industry เงินดี แล้วก็ มี Competitive เหมือนกันเพราะซื้อ ของแต่งตัวเหมือน ฝึกสวิงให้เหมือน) แต่เราก็ไม่สำเร็จเหมือนTiger wood เพราะอะไร? ก็เพราะว่าเรา "ไม่เก่ง" เท่า Tiger ที่มี "ความสามารถ" มากกว่าเรา (Resource) นั้นเอง จึงเป็นที่มาของ "Resource Base Strategy" ที่ เชื่อว่า เราจะ Sucess ได้ต้อง เกิดจากมี "Resource" ที่ดี จากนั้น ก็มองว่า Industryไหนน่าสนใจก็ ค่อยๆ สร้าง "Competitive Advantage" จาก "Resource" ที่เรามี
ถามว่าแล้วเราจะใช้ "Position Base หรือ Resource Base" เมื่อไหร่ คำตอบก็คือ ควรใช้ พร้อมๆกัน มองควบคู่กันไป จึงจะได้ผลดีที่สุด เพราะหากจะถามว่า แล้วทั้งสองต่างกันยังไงก็คร่าวๆ "Position Base" เหมือนเป็น การมอง แบบ "Outside-In" คือมองจากภายนอก ก่อน แต่ "Resource Base" คือการมองจาก "Inside-Out" คือมองจาก ภายในก่อน นั่นเอง
"Position Base Strategy" เราควร จะมอง หา "จุดแข็ง" ของเรา สิ่งจะทราบได้ไงว่าเป็น ก็ ต้องดู "Game" ที่เราจะเล่น ที่นี้ เกมส์ นั้น เราต้อง รู้ "กฎของเกมส์" จากนั่นเราก็จะไปอยู่ในจุด ที่ดี หรือ "Competitive Advantage" เพราะฉนั้นการที่เราจะประสบความสำเร็จใน "Position Base Strategy" นั้น ต้องมี "โชค" + "ความได้เปรียบอันเนื่องมาจากจุดแข็ง"
ดังนั้น สรุปได้ว่า เรามี "โชค" ที่ไปอยู่จุดนั้น อันดูได้จาก "5 Forces Analysis" + "ความได้เปรียบอันเนื่องมาจากจุดแข็ง"ซึ่งก็คือ "Strength" ที่ รู้ได้จาก "The Game" และ "Value added" ให้กับ "Customer" และ " Supplier".
Micheal E. Potter ตอนแรกเสนอ Model "Valued Chain" เพิ่อใช้ในการมองให้เห็นว่า "Activities" ไหนของ Businessเราเป็น สิ่งสำคัญ อันได้แก่ Primary Activities -> "Income", "Process", "Outcome", "Finance", "Marketing&Services". หลังจากเสนอ "Vauled Chain" ได้เกือบ20ปีหรือไงเนี่ย Potter กลับมาเสนอModelใหม่ "Activities System" ใช้อธิบาย "Core Function" และ "Non-Core Function" ทำให้เกิดเทรนด์ของการ "Out-Sourcing" หุหุว่าได้อีกนานกลับเข้าเรื่อง Strategyก่อน
กลับมาต่อกันที่ "Resource Base Strategy" นั้นเกิดมาจาก การที่ "Position Base" บอกว่า หา"จุดได้เปรียบ" + "โชค"(Attractiveness of industry) มีช่องโหล่ ว่า ถ้าเราอยากเก่ง อยาก "Tiger Woods" เราก็ ไปซื้อ Video ของTiger wood แล้วก็ หัด สวิงให้เหมือน แต่งตัวให้เหมือน (มีโชคเหมือนกันเพราะ Industry เงินดี แล้วก็ มี Competitive เหมือนกันเพราะซื้อ ของแต่งตัวเหมือน ฝึกสวิงให้เหมือน) แต่เราก็ไม่สำเร็จเหมือนTiger wood เพราะอะไร? ก็เพราะว่าเรา "ไม่เก่ง" เท่า Tiger ที่มี "ความสามารถ" มากกว่าเรา (Resource) นั้นเอง จึงเป็นที่มาของ "Resource Base Strategy" ที่ เชื่อว่า เราจะ Sucess ได้ต้อง เกิดจากมี "Resource" ที่ดี จากนั้น ก็มองว่า Industryไหนน่าสนใจก็ ค่อยๆ สร้าง "Competitive Advantage" จาก "Resource" ที่เรามี
ถามว่าแล้วเราจะใช้ "Position Base หรือ Resource Base" เมื่อไหร่ คำตอบก็คือ ควรใช้ พร้อมๆกัน มองควบคู่กันไป จึงจะได้ผลดีที่สุด เพราะหากจะถามว่า แล้วทั้งสองต่างกันยังไงก็คร่าวๆ "Position Base" เหมือนเป็น การมอง แบบ "Outside-In" คือมองจากภายนอก ก่อน แต่ "Resource Base" คือการมองจาก "Inside-Out" คือมองจาก ภายในก่อน นั่นเอง
Comments