Competitive Strategy#1

ช่วงนี้เปิดเทอมได้สองอาทิตย์ เริ่มเรียนดุ เทอมนี้เรียน เสาร์ บ่าย อาทิตย์ทั้งวัน แล้วก็ จันทร์ ดึกๆ เหนื่อยดี อังคารนัดทำรายงานต่ออีก หมดเทอมนี้ก็จบแล้วสินะ 2ปีที่ อดทนเหนื่อยมา วันก่อนเรียน Competitive Strategy อาจาร์ย สอนถึงว่า กฎของ Competitive Strategy มี สามข้อ

1. Copy has it own beautiful ( sometime We can copy them ,and they can copy us)

2. Alway Compete with Strength.

3. You can not make all people do all the thing.

ก็กลับมาเทียบกับตัวเอง คือ ปกติมนุษ์ย เวลาทำอะไร ไม่ว่าจะจีบสาวหรือสัมภาษณ์งาน มักจะเลือก กลยุทธ การ ปิดจุดอ่อน (Hide weakeness) ซึ่งก็ไม่ผิดแต่สู้ การแสดงจุดแข็งให้เหนือ กว่าคนอื่น(Shapen the Strength) ถึงจะเป็นกลยุทธที่ดีกว่า ซึ่งตรงกับกฎข้อที่ 1 ให้สู้ด้วย "จุดแข็ง" ของคุณ

ต่อมา เราจะรู้ได้ไงว่าจุดแข็งของเราคืออะไร ก็ ต้องดูว่าเราจะ สู้ใน สังเวียนไหน( The game) เช่น ถ้าเราน้ำหนัก 120 กิโลกรัม ถือเป็น"จุดแข็ง" หรือ "จุดอ่อน" อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ สังเวียน (The game) ถ้าสังเวียนซูโม่ ก็เป็นจุดแข็ง ถ้าวิ่ง 100 เมตรก็คงเป็นจุดอ่อน ดังนั้น Define the game เป็น วิธีที่ดีในการ หาจุดได้เปรียบ(Competitive Advantage) เพื่อต่อสู้

จากนั้นเราก็ต้องเข้าใจถึง Lanscape of Industry หรือ ว่า ความเป็นไปของสังเวียนที่เราจะแข่ง มันน่าต่อสู้หรือไม่ คุ้มที่จะลงสังเวียนหรือเปล่า (Industry Attractiveness) จะทำเช่นนั้นได้ ก็ ต้องอาศัย Model สุดดังของ E. Potter นั้นก็คือ 5 Forces ( ปัจจุบันมี 6 Forcesแล้วเพิ่ม Avalability of Compliment มาเช่นพวก อุตสาหกรรมน้ำหอมติดรถ เนี่ยก็จะมีForce ที่ 6 คือ พวก น้ำหอมRefill หรือ พวก ขวดติดรถแบบใหม่ๆ) เจ้า 5 forcesเนี่ยจะทำให้เรา เห็นภาพว่า "สังเวียน"ที่เราสนใจ จะworkไหม น่าสู้หรือเปล่า แล้วก็ จะทำให้เราplot graph มาได้ เหมือนรูปข้างซ้ายมือนี้ เราก็จะเลือกว่าเราอยากอยู่ตรงไหน เป็น "Position-Base Strategy" ซึ่งเป็นกลยุทธแรกๆของโลก ที่ใช้กันตั้งแต่ยุครบชิงดินแดน









ต่อมา คุณต้อง จำไว้ว่าคุณไม่สามารถทำให้ คนเพียงคนหนึ่งหรือกลุ่มเดียวทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป้าหมายที่คุณต้องการ

สุดท้าย เมื่อเรามี "จุดแข็ง" ไว้สู้ รู้ "สังเวียน" ที่จะสู้ เราก็ต้องรู้ "ตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จ หรือ Critical Success Factor" โดยเจ้า "CSF" เนี่ย จะเป็นได้ก็ ต่อเมื่อ "CUSTOMER","Supplier" มองว่าเป็นประโยช์น

อย่าลืมว่า ทั้งหมด นึ้ Applyได้ทั้ง จีบสาวและการดำเนินชีวิต ถ้าเราตึโจท์ยแตก ก็ไม่ต่างจาก การเข้าใจ หลักกลุยุทธเบื้องต้น จากนั้นก็ ศึกษาจาก ซุนวู และ นักธุรกิจเก่งๆ เราก็ จะได้วิชามา ติดตัวใช้กับตัวเองได้ไม่มากก็น้อย

Comments

Popular posts from this blog

โจโจ้ซัง The Musical

Triple in a row :P

The pursuit of happyness