ความเข้าใจที่ถูกของจตุคามรามเทพ
blog วันนี้ ว่าด้วยเรื่อง "พุทธศาสนาและ กฎแห่งกรรม" ทั้งหมดจะเขียนมาตาม ความเข้าใจของผู้เขียน
ช่วงนี้เห็น ฮิตกันมากกับ "จตุคามรามเทพ" ในฐานะ ชาวพุทธคนนึง ที่ไม่อยากให้ เข้าใจกันผิดๆนักว่า"จตุคามรามเทพ "นี่คือ "พุทธศาสนา" จริงๆแล้ว "จตุคามรามเทพเป็นส่วนนึง ของ "เทวนิยม" ซึ่งสำหรับผู้ศึกษา คำสอน ของ "พระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" จะเข้าใจดีเรื่อง "กฎแห่งกรรม" อันว่า มนุษย์ ทั้งหลาย เวียนว่านตายเกิดก็ เพื่อ "สร้างบุญบารมี" จนเต็มเปี่ยมก็ เข้าสู่ "พระนิพพาน" ซึ่งหนทางอันยาวไกลก็ แบ่งได้ คร่าวๆ 2ทาง คือ
1. ไปเอง = เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันแบ่งได้ อีก 2 อย่าง
1.1 ปัจเจกพุทธเจ้า = ไปคนเดียวไม่สอนคนอื่น
1.2 พระสัมมาสัมพุทธเจ้า = สั่งสอนมนุษ์ยขนสัตว์ไปนิพพาน เป็น ทีม
2. ไปตามคำสอน = เป็นพระอรหันต์ ศึกษาตามคำสอนของพระบรมศาสดา
ว่ากันคร่าวๆก็ตามนั้น จะเห็นว่า เพราะฉนั้นคนเราก็ เวียนว่ายตายเกิดกันเป็นเรื่องปกติ แล้ว ตายแล้วไปไหน คำถามเด็ด
ตายแล้วก็ ว่ากันตาม กรรม ทำดี ก็ไป ดีไป สวรรค์ ทำกรรมชั่ว ก็ไป ไม่ดี ไปนรก แต่ยังมี บางพวกที่บุญ ก็ไม่พอไปสวรรค์ กรรมชั่วก็ไม่พอจะไปนรก ตอนสงครามชิงภพ(ตาย) ก็ ใจไม่หมองไม่ใส มากพอจะถูกดึงดูดไปสู่ภพ อื่น ก็ วนเวียนอยู่เป็น "ภูมิเทวา" อยู่บนโลก นี่ล่ะ
อ่ะว่ากันต่อ "ภูมิเทวา" เนี่ยก็ เหมือนเป็นภพซ้อนภพ ตั้งอยู่บนโลกนี้ล่ะ ก็ แบ่งเป็นชั้นๆ ตามบุญ กรรม อีก ได้ 3 ระดับ คือ
ชั้นล่าง ชั้นกลาง และ ชั้นสูง ชั้นสูงก็ ปกครองชั้นกลาง ก็ ปกครองชั้นล่าง เหมือน มนุษ์ย อย่างเราๆ นี่ล่ะ ก็ แบ่งกันตาม "กรรม" ที่สร้างมา
"ภูมิเทวา" มีหน้าที่ เฝ้า สถานที่ต่างตามบุญ ของเขา พวก ชั้นล่างก็ จะถูกส่งไปเฝ้า วัด วา อาราม สถูป ต่างๆ
"ภูมิเทวา" ต้อง "พึ่งพา" มนุษ์ย ในการได้มาซึ่งบุญกุศล เพราะเขาเหล่านั้นทำบุญเองไม่ได้
แต่ แล้ว ทำไม วันนี้ ชาวพุทธ ผู้ซึ่ง เป็น พุทธมามกะ คือ มี ผู้มี"พระรัตนครัย" เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก กลับ ไปนับถือ "จตุคามรามเทพ" เทพ ผู้เฝ้า ปกปักษ์รักษา พระบรมธาตุ เจดีย์ มากกว่า "พระรัตนตรัย" ?
หรือการตลาดสมัยใหม่ของ เหล่า ผู้ อาศัย "อิทธิปาฎิหาร์ย" ชนะ "ปัญญา" อันพึงมีของชาวพุทธ เสียแล้ว "กาลามสูตร" ทำไมไม่ถูกนำมาใช้ ในการนี้
พระสงฆ์ หลายรูป ตกเป็นผู้ ร่วมขบวนการอาศัยการสร้าง "จตุคามรามเทพ" เป็นทางมาแห่งเงิน ต้องอัญเชิญ "ร่างทรง"มาเป็น เจ้าพิธี ในการสร้าง นี้คืออะไร???? ปัญญา เท่านั้นที่จะนำหน้า หาใช่ ความศรัทธา อันเกิดจากปากต่อปาก
ดังนั้น Blog นี้ก็ แค่อยากจะระบาย ว่าสังคมไทยเหนื่อยหนักกับเรื่องการเมืองมามาก เรื่องปากท้องของชาวบ้านก็ลำบาก หาก ยังมีคนหากิน กับ"ศรัทธา"ในทางที่ผิด เอา "เทวา" มา บอกปากต่อปาก สร้างเรื่องราวปาฎิหาร์ย แล้วบอกว่า "มีกูไว้ไม่จน" แล้วชาวบ้านเรื่องทำมาหากิน คิดแต่เล่นหวย ที่ได้จาก จตุคาม แล้วสังคมเราจะเป็นอย่างไร ตื่นเถิด ชาวไทย ผู้มีปัญญา เฮ้อ เขียนแล้วก็เซ็ง อีกเรื่อง ที่จะแจก ถุงยางให้เด็ก 3ขวบ ท่านอาจาร์ย กะให้หมกมุ่นกันตั้งแต่เด็กเหรอครับ เปลี่ยนเป็นสอน "ศีลธรรม"ความละอายต่อบาปจะดีกว่าไหมครับ ?????? เฮ้อ ก็ ฝากกันไป
ช่วงนี้เห็น ฮิตกันมากกับ "จตุคามรามเทพ" ในฐานะ ชาวพุทธคนนึง ที่ไม่อยากให้ เข้าใจกันผิดๆนักว่า"จตุคามรามเทพ "นี่คือ "พุทธศาสนา" จริงๆแล้ว "จตุคามรามเทพเป็นส่วนนึง ของ "เทวนิยม" ซึ่งสำหรับผู้ศึกษา คำสอน ของ "พระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" จะเข้าใจดีเรื่อง "กฎแห่งกรรม" อันว่า มนุษย์ ทั้งหลาย เวียนว่านตายเกิดก็ เพื่อ "สร้างบุญบารมี" จนเต็มเปี่ยมก็ เข้าสู่ "พระนิพพาน" ซึ่งหนทางอันยาวไกลก็ แบ่งได้ คร่าวๆ 2ทาง คือ
1. ไปเอง = เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันแบ่งได้ อีก 2 อย่าง
1.1 ปัจเจกพุทธเจ้า = ไปคนเดียวไม่สอนคนอื่น
1.2 พระสัมมาสัมพุทธเจ้า = สั่งสอนมนุษ์ยขนสัตว์ไปนิพพาน เป็น ทีม
2. ไปตามคำสอน = เป็นพระอรหันต์ ศึกษาตามคำสอนของพระบรมศาสดา
ว่ากันคร่าวๆก็ตามนั้น จะเห็นว่า เพราะฉนั้นคนเราก็ เวียนว่ายตายเกิดกันเป็นเรื่องปกติ แล้ว ตายแล้วไปไหน คำถามเด็ด
ตายแล้วก็ ว่ากันตาม กรรม ทำดี ก็ไป ดีไป สวรรค์ ทำกรรมชั่ว ก็ไป ไม่ดี ไปนรก แต่ยังมี บางพวกที่บุญ ก็ไม่พอไปสวรรค์ กรรมชั่วก็ไม่พอจะไปนรก ตอนสงครามชิงภพ(ตาย) ก็ ใจไม่หมองไม่ใส มากพอจะถูกดึงดูดไปสู่ภพ อื่น ก็ วนเวียนอยู่เป็น "ภูมิเทวา" อยู่บนโลก นี่ล่ะ
อ่ะว่ากันต่อ "ภูมิเทวา" เนี่ยก็ เหมือนเป็นภพซ้อนภพ ตั้งอยู่บนโลกนี้ล่ะ ก็ แบ่งเป็นชั้นๆ ตามบุญ กรรม อีก ได้ 3 ระดับ คือ
ชั้นล่าง ชั้นกลาง และ ชั้นสูง ชั้นสูงก็ ปกครองชั้นกลาง ก็ ปกครองชั้นล่าง เหมือน มนุษ์ย อย่างเราๆ นี่ล่ะ ก็ แบ่งกันตาม "กรรม" ที่สร้างมา
"ภูมิเทวา" มีหน้าที่ เฝ้า สถานที่ต่างตามบุญ ของเขา พวก ชั้นล่างก็ จะถูกส่งไปเฝ้า วัด วา อาราม สถูป ต่างๆ
"ภูมิเทวา" ต้อง "พึ่งพา" มนุษ์ย ในการได้มาซึ่งบุญกุศล เพราะเขาเหล่านั้นทำบุญเองไม่ได้
แต่ แล้ว ทำไม วันนี้ ชาวพุทธ ผู้ซึ่ง เป็น พุทธมามกะ คือ มี ผู้มี"พระรัตนครัย" เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก กลับ ไปนับถือ "จตุคามรามเทพ" เทพ ผู้เฝ้า ปกปักษ์รักษา พระบรมธาตุ เจดีย์ มากกว่า "พระรัตนตรัย" ?
หรือการตลาดสมัยใหม่ของ เหล่า ผู้ อาศัย "อิทธิปาฎิหาร์ย" ชนะ "ปัญญา" อันพึงมีของชาวพุทธ เสียแล้ว "กาลามสูตร" ทำไมไม่ถูกนำมาใช้ ในการนี้
พระสงฆ์ หลายรูป ตกเป็นผู้ ร่วมขบวนการอาศัยการสร้าง "จตุคามรามเทพ" เป็นทางมาแห่งเงิน ต้องอัญเชิญ "ร่างทรง"มาเป็น เจ้าพิธี ในการสร้าง นี้คืออะไร???? ปัญญา เท่านั้นที่จะนำหน้า หาใช่ ความศรัทธา อันเกิดจากปากต่อปาก
ดังนั้น Blog นี้ก็ แค่อยากจะระบาย ว่าสังคมไทยเหนื่อยหนักกับเรื่องการเมืองมามาก เรื่องปากท้องของชาวบ้านก็ลำบาก หาก ยังมีคนหากิน กับ"ศรัทธา"ในทางที่ผิด เอา "เทวา" มา บอกปากต่อปาก สร้างเรื่องราวปาฎิหาร์ย แล้วบอกว่า "มีกูไว้ไม่จน" แล้วชาวบ้านเรื่องทำมาหากิน คิดแต่เล่นหวย ที่ได้จาก จตุคาม แล้วสังคมเราจะเป็นอย่างไร ตื่นเถิด ชาวไทย ผู้มีปัญญา เฮ้อ เขียนแล้วก็เซ็ง อีกเรื่อง ที่จะแจก ถุงยางให้เด็ก 3ขวบ ท่านอาจาร์ย กะให้หมกมุ่นกันตั้งแต่เด็กเหรอครับ เปลี่ยนเป็นสอน "ศีลธรรม"ความละอายต่อบาปจะดีกว่าไหมครับ ?????? เฮ้อ ก็ ฝากกันไป
Comments
ถ้ามีโอกาสลองหาอ่านบทความธรรมะ 5 นาทีในหนังสือขวัญเรือนปักษ์ต้นเดือนพ.ค. พูดเรื่องนี้ไว้เหมือนกัน..
ตอนแรกเบสก็ไม่คิดว่าจะฮิตแรงขนาดนี้..แสดงว่าคนไทยมีความต้องการที่พึ่งพิงสูงจริงๆ